บันทึกความทรงจำฝึกงาน
ไข่มุก พิมพ์พิศา เคนหาญ
สำนักวิชาศาสตร์และศิลป์ดิจิทัล สาขาเทคโนโลยีดิจิทัล ชั้นปีที่ 3
มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี
4 เดือนที่ผ่านมา เหมือนมหรสพบทหนึ่งที่ทั้งวุ่นวาย เหนื่อย หัวเราะ ร้องไห้ และอบอุ่นในเวลาเดียวกัน
ทุกคนในออฟฟิศเหมือนตัวละครที่มีเสน่ห์คนละแบบ จนกลายเป็นความทรงจำที่เราคงคิดถึงไปอีกนาน
วันแรกที่เข้ามา
ออฟฟิศคือพี่ต๊ะลงมาแล้วบอกว่า
“กูบอกว่า password”
ตกใจ งง แล้วพี่ต๊ะก็เฉลยว่าคือรหัส Wi-Fi
ทั้งขำ ทั้งกลัว เพราะหน้าพี่ต๊ะดุ
ช่วงแรก ๆ ด้วยความที่ไม่ถนัด UI ทำให้ทุลักทุเลในการทำงานมาก แต่พอหลัง ๆ เริ่มรู้ตัว เริ่มสนุกกับมันมากขึ้น และทำได้ดีขึ้นในแบบของตัวเอง
สำหรับหนู มิตรภาพที่เกิดขึ้นที่นี่คือความมหัศจรรย์
พี่ต๊ะ
ตอนดุน่ากลัวจนใจหวิว แต่พอขำที โลกสดใสขึ้นมาทันที
พี่ต๊ะสอนให้รู้ว่างานทุกชิ้นมีคุณค่า และเมื่อมันคือหน้าที่ เราต้องใส่ใจมันให้ดีที่สุด
“งานคือเงิน” ของพี่ ไม่ใช่แค่คำพูด แต่มันคือวิธีใช้ชีวิตเลยด้วยซ้ำ
ทุกครั้งที่พี่จาม หนูก็ยังสะดุ้งเหมือนเดิม ไม่เคยชิน แต่ก็เป็นเสียงที่น่าเอ็นดูแปลก ๆ
พี่เป็นคนเทสดี เปิดเพลงเก่ง บางเพลงดีจนเหมือนมันตั้งใจมาแทงใจหนูโดยเฉพาะ
พี่อร
คนที่ทำให้ทุกมื้อและทุกวงเมาท์มีชีวิตชีวา
พี่อรเป็นคนที่มีเรื่องเล่าเต็มไปหมด ราวกับผ่านโลกมาหลายยุคหลายสมัย และทุกคนก็พร้อมนั่งฟังเสมอ
ก๋วยเตี๋ยวฝีมือพี่อรยังคงเป็นตำนานรสแซ่บอันดับหนึ่งในใจ
เวลาสั่งงาน พี่ละเอียดมาก ละเอียดจนบางทีเรางง แต่สิ่งที่ดีคือพี่พร้อมอธิบายใหม่เสมอ โดยไม่เคยทำให้รู้สึกแย่เลย
ฌาดา
เด็กน้อยของพี่
เด็กที่พูดเก่ง ยิ้มเก่ง และชอบกอดที่สุดในโลก
ความสดใสของฌาดาทำให้วันเหนื่อย ๆ ดูเบาลงได้เสมอ
ด้วยความที่โตมาในเมือง น้องเลยฉลาดพูด ฉลาดเข้าสังคม แต่ก็ยังมีโลกอีกเยอะที่รอให้ฌาดาได้ค่อย ๆ เรียนรู้
พี่อยากบอกว่าไม่ต้องรีบโตเลยนะ ค่อย ๆ ใช้ชีวิต ค่อย ๆ ชิมความเป็นเด็กให้นานที่สุด เพราะช่วงเวลานั้นมันสวยงามมากจริง ๆ
พี่บีซิ่ง
คนที่ร่วมเป็นร่วมตายกันมาสามปีกว่า
ผ่านทั้งเรื่องดีและเรื่องหนักมาด้วยกัน จนรู้สึกว่าไม่ว่าเวลาจะผ่านไปแค่ไหน ความเป็นห่วงก็ยังอยู่เหมือนเดิม
พี่เก่งมาก เก่งจนเหมือนไม่มีอะไรน่าห่วงแล้ว แต่เราก็ยังอดห่วงไม่ได้อยู่ดี
อยากให้กินข้าวเยอะ ๆ มีความสุขเยอะ ๆ และวันหนึ่งได้เป็นคนนั้น คนที่ยิ้มกว้าง ๆ อยู่ข้างแฟนหนุ่มตี๋ที่รักพี่มาก ๆ
แล้วก็ขอบคุณที่มาฝึกงานเป็นเพื่อนนะ
พี่รักน้องนะ
พี่น้อยหน่า
คนสวยขาที่พูดจาน่ารัก ร่าเริง และเต็มไปด้วยพลังงานน่ารัก ๆ
พี่น้อยหน่าเป็นคนติดสกินชิปมาก ชอบกอด ชอบจับ ซึ่งสำหรับเรา มันเป็นความน่ารักที่จริงใจมาก
อยากให้พี่สดใสแบบนี้ไปเรื่อย ๆ เลย และหวังว่าสักวันจะได้เห็นพี่แต่งตัวเชิด ๆ ไปออกเดตแบบคนสวยตัวแม่
ขอบคุณที่มาฝึกงานเป็นเพื่อนนะ
พี่หยอก
คนที่ตั้งใจกับงานทุกชิ้นอย่างน่านับถือ
พอได้รับมอบหมายอะไร พี่จะทำมันออกมาดีเสมอ
เป็นคนตลก เป็นคนใจดี และพร้อมช่วยเหลือทุกคน
ที่สำคัญคือความเป๊ะก่อนส่งงาน พี่จะนั่งเช็กทุกอย่างซ้ำแล้วซ้ำอีก ซึ่งเรารู้สึกว่ามันเท่มาก
มันคือความรับผิดชอบที่ไม่ต้องพูดเยอะก็เห็นได้ชัด
เราอยากเห็นพี่เป็นคนรวยมาก ๆ เพราะคนแบบพี่สมควรมีชีวิตที่ดีจริง ๆ
ขอบคุณที่มาฝึกงานเป็นเพื่อนนะ
พี่เฟิ้ด
หรือ “พ่อเฟิ้ด”
ผู้คุมกุญแจแห่งออฟฟิศ คนที่ทำหน้าที่เหมือนเสาหลักเล็ก ๆ ให้ทุกคนโดยไม่รู้ตัว
ถ้าใครป่วย พี่จะหายา
ถ้าใครเหนื่อย พี่จะรับฟัง
ถ้าใครไม่ไหว พี่พร้อมกอดเสมอ
ความอบอุ่นของพี่ทำให้คำว่า “พ่อก็คือพ่อ” ไม่ได้เป็นแค่ฉายาเลย
แต่ก็ยังขี้อวดแฟนเหมือนเดิมนะพ่อ
พี่เพลง
เทพีแห่งความงามและความรักประจำออฟฟิศ
คนที่แจกความอบอุ่นและทุเรียน (พี่เพลงเป็นเจ้าของสวนทุเรียน) ให้ทุกคน
พี่เพลงเป็นคนที่แค่พูดอะไรเบา ๆ ทุกคนก็พร้อมทำตาม
อย่างวันที่พี่เพลงอยากกินก๋วยเตี๋ยว สุดท้ายทั้งออฟฟิศก็คือก๋วยเตี๋ยวหมด
พี่เป็นคนที่มีพลังบางอย่าง ทำให้คนรอบตัวอยากใจดีกับโลกขึ้นมานิดหนึ่ง
หนูรักพี่เพลงจริง ๆ นะ
พี่แฟ้ง
พี่ชายร่วมสาบานของหนู
สายบวกของจริง คนที่พร้อมทุ่มสุดตัวให้คำว่าเพื่อน พี่ น้อง
ไม่ว่าจะเรื่องอะไร ถ้าขอให้ช่วย พี่ก็พร้อมเสมอ
เป็นคนแอคทีฟ สายกีฬา และมีบากคิ้วที่โคตรเท่
แต่สิ่งที่เท่กว่าคือความจริงใจของพี่ ที่ทำให้คนรอบตัวรู้สึกอุ่นใจได้ตลอดเวลา
ข้าว
เกย์สาวจากในวัง ผู้พูดจาน่ารักที่สุดคนหนึ่งในออฟฟิศ
ข้าวเป็นคนกินน้อยจนอยากบอกให้กินเยอะ ๆ หน่อย
แต่ถึงตัวเองจะกินน้อย ข้าวกลับชอบซื้อขนมมาเผื่อทุกคนเสมอ
เป็นความใจดีที่น่ารักมาก จนคนรอบตัวสัมผัสได้
ขอบคุณสำหรับกาแฟนะข้าว
หยอง
หนุ่มเทสดีที่เหมือนหลุดออกมาจาก Pinterest
ทุกอย่างในชีวิตหยองดูมี Aesthetic ไปหมด
ทั้งหนังสือที่อ่าน เพลงที่ฟัง หนังที่ดู วิธีพูด วิธีคิด หรือแม้แต่งานที่ทำ
ทุกอย่างมีเสน่ห์แบบคนในเมืองที่ดูละมุนและมีรสนิยม
หยองคือ Definition ของคำว่า “หนุ่มเทสดี” จริง ๆ
แซท
หรือ “แซทซิกเซเว่น”
เพราะชีวิตนอกเหนือจากทำงานคือการซิกเซเว่นทั้งวัน
ไอ้ท่าชูมือสลับกันนั่นยังติดตาอยู่เลย
แซทเป็นคนหน้ามึนที่หนึ่งของออฟฟิศ แต่ก็เป็นความหน้ามึนที่ทำให้ทุกคนขำได้ตลอด
ตอนที่กำลังเขียนรีวิวนี้ ยังได้ยินเสียงมันร้อง
“เอ๊ะเอ๋ สะกะดุ้ง สะกะดิ๊ง”
อยู่เลย
มี่
หนุ่มน้อยเมืองสารคาม ผู้สู้ชีวิตแบบสุด ๆ
จะโยนมุกอะไรไป มี่รับได้หมด
เป็นคนตลก แต่ในขณะเดียวกันก็ทำงานดีมาก
งานของมี่มีความมินิมอล มินิใจ เหมือนตัวตนของมันนั่นแหละ
และเราคงจำวิธีที่มี่แทนตัวเองว่า
“มี่อย่างงั้น มี่อย่างงี้”
ไปอีกนาน
เหนือ
เด็กใหม่ตัวเล็ก ๆ ที่เป็นบอททวิตแอ็กใหญ่
ถึงจะยังไม่ได้คุยกันเยอะ แต่ก็สัมผัสได้ถึงความน่ารักและพลัง
“เออออ เอาด้วย”
ของเหนือ
หวังว่าเราจะได้รู้จักกันมากขึ้น และหวังว่าเหนือจะยังรักษาความสดใสแบบนี้ไว้ได้เรื่อย ๆ
กีต้าร์
น้องใหม่ป้ายแดง
ผู้โดนเราหลอกว่าวันแรกของการฝึกงานต้องล้อมวงกรีดเลือด
แล้วกีต้าร์ก็หันมาพูดเสียงเย็น ๆ ว่า
“ดูหนังเรื่องไหนมา”
ประโยคนั้นเหมือนมีดปักกลางอก
สุดท้ายแล้ว
ขอบคุณทุกคนที่ทำให้ 4 เดือนนี้ไม่ใช่แค่ “ช่วงฝึกงาน”
แต่มันกลายเป็นช่วงเวลาหนึ่งของชีวิต ที่มีทั้งเสียงหัวเราะ ความเหนื่อย ความผูกพัน และความทรงจำดี ๆ เต็มไปหมด
ต่อให้เวลาผ่านไปแค่ไหน เราคงยังนึกถึงออฟฟิศนี้ด้วยรอยยิ้มเสมอ
ขอบคุณที่เป็นส่วนหนึ่งของความทรงจำบทนี้นะ 🤍