ประสบการณ์ฝึกงาน

ส้ม กมลพร กอบพิมาย

สาขาการออกแบบนิเทศศิลป์
คณะศิลปกรรมและออกแบบอุตสาหกรรม

"มาลองค้นมาลองหากันเอาเองนะ เพราะสิ่งที่ได้มามันมากกว่าที่เขียนเอาไว้เยอะ"

โควิด 19 ตัวร้าย! พรากเราให้ห่างกัน…ถ้าจะจั่วหัวแบบนี้ขึ้นมาก็คงไม่ผิด ไม่มีใครควบคุมมันได้ในตอนนี้ สิ่งที่ทำได้คือยอมรับ และทำตามมาตรการอย่างเคร่งครัดเพียงเท่านั้น แน่นอนว่าหลายๆคนเศร้า ค่อนไปทางเซ็งอย่างแรง ที่ต้องแยกย้ายกัน Work from home จนง่อยรับประทานทั้งปีทั้งชาติในการฝึกสหกิจครั้งนี้ แต่เชื่อไหม…มันไม่ได้สูญเปล่าเลยนะ เพราะการได้มาอยู่ที่นี่ ที่ Mountain บริษัทที่เป็นเสมือนบ้านที่ทำให้พวกเราต่างได้รับความรู้ใหม่ๆที่ไม่เคยรู้ และประสบการณ์ต่างๆที่ไม่เคยได้สัมผัส สิ่งเหล่านั้นล้วนแล้วแต่มีคุณค่ามากมาย แม้ว่าจะอยู่ในช่วงของการแพร่ระบาดของไวรัสตัวร้าย แต่การฝึกในทุกๆวันก็ดำเนินไปอย่างเข้มข้น ในรูปแบบของการ Work from home เนื่องด้วยทางบริษัทคำนึงถึงความปลอดภัยเป็นสิ่งสำคัญ จึงพยายามไม่ทำให้เกิดความเสี่ยงใดๆ อีกทั้งยังพยายามอย่างยิ่งที่จะทำให้นักศึกษาฝึกสหกิจได้รับอะไรกลับไป ไม่ให้เป็นการฝึกที่สูญเปล่า พี่ต๊ะก็เป็นห่วงน้องๆมาก กลัวพวกเราจะไม่ได้อะไรกลับไป หลังจากที่เห็นแกบ่นทุกวันเลย 5555

สวัสดีค่ะ สำหรับใครที่หลงเข้ามาอ่าน อาจจะร่ายยาวนิดหน่อย (ไม่หน่อยแล้วล่ะ) อิฉันชื่อส้ม ซึ่งส้มเป็นชื่อที่พ่อตั้งให้ตามชื่อแฟนเก่า (ทำไมแม่ตูใจกว้างปานมหาสมุทรเยี่ยงนี้) แนะนำตัวเรียบร้อยก็มาต่อกันเลยเนอะ จากสถานการณ์ที่กล่าวไว้ข้างต้น ทุกสิ่งเป็นไปด้วยความยากลำบาก ยากจะรับมือ ทำให้เราพลาดโอกาสที่จะได้รับประสบการณ์ในการทดลองใช้ชีวิตอยู่ในออฟฟิศและทำงานร่วมกับผู้อื่น พลาดโอกาสเห็นบรรยากาศการทำงานจริงของทีมงาน พลาดโอกาสในการฝึกวินัยในการตื่นขึ้นมาอาบน้ำแต่งตัวเข้าบริษัทให้ทัน แต่ก็ด้วยความช่วยเหลือจากพี่ๆ ที่หยิบยื่นงาน ฝึกให้ได้แก้ไข ได้เรียนรู้ ปรับปรุง ศึกษาทดลอง เปิดมุมมองใหม่ๆ ที่ไม่เคยทำก็ได้ทำจนคล่องมือ เพราะได้ทำงานจริง อยู่กับงานทุกวัน ก็ได้ทักษะ เทคนิคใหม่ๆกลับไป

ขอบพระคุณพี่ต๊ะกับพี่อรที่ให้ความช่วยเหลือ ให้คำแนะนำมาโดยตลอด แต่ก็ต้องยอมรับว่าตอนแรกที่พี่ต๊ะบอกว่าอาจต้องยุติการฝึกเนื่องจากสถานการณ์โควิดนี่แอบใจหายนะ ก็ต้องขอบคุณพี่ต๊ะที่ไม่เทพวกเรา (ฮ่าๆ) ช่วยพยุง ผลักไสผลักดัน ทั้งถีบทั้งยันให้ก้าวต่อไป และเป็นห่วงเป็นยาง (ผ่าม!) น้องๆเสมอ ถามไถ่ตลอดกินข้าวที่ไหนกัน อยู่กันยังไง แบบไหน (มากันเป็นทีมเวิร์ค 4 ชีวิต รวมส้มด้วย ซึ่งทั้งหมดมาจากมหาลัยฯเดียวกัน และสนิทกัน) แม้จะมีโอกาสได้พูดคุยเห็นหน้าเห็นตากันแบบใกล้ชิดแค่ครั้งเดียวตอนสัมภาษณ์งาน แต่ก็รู้สึกราวกับมีแบล็คให้เสมอตอนอยู่กรุงเทพ และไม่ได้ถูกทอดทิ้ง ไม่ได้ถูกลอยแพ (มาถึงประโยคนี้แลเป็นเด็กบ้านนอกตาดำๆทำตาปริบๆยังไงไม่รู้แฮะ 555555 )

แม้จะไม่มีโอกาสได้เข้าไปทำงานออฟฟิศก็ตาม แต่อย่างน้อยเด็กที่เข้ากรุงเทพจนนับครั้งได้แบบส้มก็มีโอกาสได้ฝึกการใช้ชีวิต การเอาตัวรอดจากสถานการณ์ต่างๆจนระเบิดสกิล ไม่ยากถ้าอยากรับมือกับโรคระบาด คลั่งล้างมือมากจนแทบอาบเจลแอลกอฮอล์ทุกครั้งที่ขึ้นลงลิฟท์คอนโด จมูกบอดไปตามๆกัน ไหนจะฝึกประหยัดจนปลดล็อคสกิล ขี้งกทองคำ ประหยัดขั้นเทพ แทะมาม่าเป็นอาทิตย์ อยู่โคราชเป็นโรคกระเป๋าเงินรั่ว มาอยู่กรุงเทพลองไถแกรปดู แปบๆปัดทิ้ง เพราะราคามัน อื้อหือ…ตูไปต้มน้ำดีกว่าว่ะ มาม่าอยู่ไหนนน ได้ออกกำลังกายใต้คอนโดหลังเลิกงาน จนน้ำหนักลดไปพอสมควร สุขภาพดีขึ้นด้วย (อาจดูไร้สาระแต่มันสนุกม้ากกก 5555)

รีวิวพี่ต๊ะ : ด้วยลุค โทนเสียง บางครั้งออกแนวเจ้าพ่อมาเฟียเลยแหละ แต่ถ้าได้รู้จักจริงๆพี่แกเป็นคนอบอุ่นและใจดีมาก นุ่มนิ่มเหมือนมัฟฟิน (แซวๆ) แต่พอเข้าสู่โหมดจริงจัง บรรยากาศก็จะเหมือนตอนเล่นเกมส์เพลินๆอยู่แล้วบอสเกิดอ่ะ ค่อนข้างเกร็งกันเลยทีเดียว แต่ก็เป็นข้อดีที่ทำให้พวกเราจริงจังกับงานมากขึ้นตามไปด้วย แกเหมือนพี่ชายที่แสนดีคนนึงที่คอยให้คำปรึกษา ให้กำลังใจ ให้แนวคิดดีๆที่ไม่จำเป็นต้องปรุงแต่งคำพูดสวยหรูดูดีอะไร แต่ก็เป็นแรงบันดาลใจ เป็นกำลังใจให้เรามากๆ

รีวิวพี่อร : แม้จะยังไม่มีโอกาสได้ชิมฝีมือการทำอาหารรสชาติเลื่องลือ แต่อย่างน้อยก็มีโอกาสได้ยลหน้าตาของมันผ่านเฟสบุ๊คพี่ต๊ะที่อัพลงจนทำให้หิวยามดึก จินตนาการถึงกลิ่นหอมตลบอบอวนและรสชาติ ขอบอกว่าน่ากินมากทุกเมนู เห็นแล้วหิวถึงขั้นแอบไปต้มมาม่ากินเลยทีเดียว พี่อรใจดี น่ารัก เป็นพี่สาวที่คอยให้กำลังใจน้องๆที่นุ่มฟูที่สุดในโลกหล้า เป็นผู้หญิงที่เก็บรายละเอียดงานได้ดี แนะนำจุดบกพร่อง และแนะแนวทางแก้ไขไม่ต่างจากพี่ต๊ะที่คอยดูแลอยู่เสมอ

รีวิวน้องฌาดา : ลูกสะใภ้ที่น่ารักน่าชังของส้ม (ประโยคนี้พี่ต๊ะถึงกับกำหมัด) เจ้าหญิงน้อยๆของพ่อต๊ะ แม่อร ถึงจะยังไม่รู้จักน้องมากนัก แต่ก็เอ็นดูทุกความเคลื่อนไหวที่พี่ต๊ะพี่อรมักจะอัพเดทลงเฟสบุ๊คอยู่บ่อยๆ ข้อความประกอบรูปน้องในอิริยาบถต่างๆ แก่นๆซนๆ บวกกับรอยยิ้มสดใส ท่าโพสต์เก๋ไก๋จากน้องทำให้แอบอมยิ้มได้เสมอ สัมผัสได้ถึงความเริงร่าท้าทายสายลมและแสงแดด อาจเป็นเพราะความใสสะอาดของผ้าขาวผืนน้อยแสนรักนี้ และกลิ่นอายบรรยากาศความรักความอบอุ่น ตลอดจนถึงความสุขที่อัดแน่นอยู่ในภาพ ก็เลยโดนตกให้หลงน้อง และแอบเป็น Fc แบบลับๆอยู่ตรงนี้…ไม่รู้ตัวเลยจริงจริ๊งงง

โดยรวมการฝึกสหกิจระยะเวลา 4 เดือน (+2อาทิตย์) ก็ต้องยอมรับว่าอาจไม่เข้มข้นเท่าคนที่มีโอกาสได้เข้าออฟฟิศ (ซึ่งก็แน่นอนว่ามันเทียบกันไม่ได้อยู่แล้ว) แต่สิ่งที่สัมผัสได้คือความกันเอง แต่ก็ไม่ได้กันเองถึงขนาดตบหัวลูบหางกันสบายใจเฉิบนะ ม่ายยย ทุกคนให้เกียรติกัน อาจมีเล่น มีโหมดฮา มีมุขขำๆแซวกัน หยอกล้อกัน โบ๊ะบ๊ะจนอยากชวนไปตั้งคณะ ให้ได้หัวเราะกันบ้างพอหายเครียด จนแอบอดคิดไม่ได้ว่าถ้าได้มาจอยกันแบบตาต่อตาฟันต่อฟัน (ทำไมมันฟังดูทะแม่งๆ 555) คงจะม่วนอีหลีคักแท้ล่ะกว่านี้เยอะ เนื่องจากตอนอยู่ในแชทบางครั้งเดาอารมณ์พวกพี่ๆไม่ค่อยถูก ทำให้ไม่ค่อยกล้ายิงมุขมากนัก แต่โดยรวมแล้วบรรยากาศไม่ค่อยเครียด มีบ้างที่บางหนแอบตึงกับงาน ซึ่งมันก็คือเรื่องปกติ ตอนเรียนก็ตึงแบบนี้ เผลอๆตึงกว่านี้อีก แค่พยายามทำงานให้ตรงกับโจทย์ก็พอ อย่าติสท์แตกออกทะเลไปแกรนด์ไลน์ (วันพีชก็มา) เหมือนใครบางคน (แถวๆนี้แหละ)

ถึงจุดนี้ต้องยอมรับว่าพี่ต๊ะอ่านขาดมาก คือส้มเป็นคนออกทะเลมากถึงมากที่สุด เป็นคนทะลุกรอบจริงๆ ซึ่งก็ต้องมาปรับแก้จุดนี้ เพราะความชอบแหวกของตัวเองอาจไม่ตรงกับความต้องการของลูกค้าเสมอไป บวกกับความเป็นคนไม่รอบคอบ เส้นไม่นิ่งเอย ดราฟเบี้ยวเอย และอีกหลายๆอย่าง พอได้ย้อนกลับมามองตัวเองก็พยายามปรับแก้ จนสามารถทำงานได้ดีขึ้น และการที่เรามาอยู่จุดนี้ ทำให้เราทำงานเป็นระบบมากขึ้น เรียนรู้ที่จะดูงานคนอื่นเพื่อหาแรงบันดาลใจ (ที่ไม่ใช่การลอกงาน) ปลุกไฟปลุกสมองกระตุ้นไอเดีย จากปกติที่เป็นคนไม่ร่างอะไรเลย ชอบด้นสด คิดสด (มั่นอกมั่นใจมั่นหน้ามั่นโหนกมาก) ก็เริ่มรู้จักหาเรฟฯ วางแผนทำงานเป็นขั้นเป็นตอน งานไม่ค่อยพลาดเหมือนเดิมแล้ว โอ้เย่ อีกทั้งยังรู้จักโปรแกรมมากขึ้น จากที่ไม่ค่อยได้สุงสิงกับมัน ก็กลายเป็นว่าอยู่กับแม่มไปเลย 25 ชั่วโมง (เว่อร์ไปอีก) รู้สึกตัวอีกทีก็จะอารมณ์ประมาณว่า เฮ้ย ทำไมตูทำได้ ตูโปรขึ้นเยอะจากวันแรกที่มา คีย์ลัดต่างๆคือไม่ต้องเสิร์ชหามันแล้ว (จากที่ไม่เคยจำอะไรเล๊ยยย) ไม่ต้องนั่งนึกให้เมื่อยซีรีบรัม นิ้วมันไปเองเลย นี่สินะเป็นที่มาของประโยคที่ว่าอยากเก่งสิ่งไหนก็ให้อยู่กับสิ่งนั้นบ่อยๆขอบคุณ Mountain…ที่มอบประสบการณ์นอกห้องเรียน และมอบหลายสิ่งหลายอย่างให้แก่ส้มและเพื่อนร่วมคณะทั้งหลาย (ล่าสุดเป็นคณะไปซะแล้ว)

สำหรับใครที่กำลังมองหาที่ฝึกงาน ฝึกสหกิจ แนะนำ มาเหอะ ไม่ก็แปะ Mountain ไว้เป็น Top สามอันดับทางเลือกที่ฝึกในดวงใจ บ้านนี้เค้าน่ารัก บริษัทเล็กทว่าแตะงานยักษ์ใหญ่ระดับเบิ้มๆคือลือๆน่ะ ที่ได้ยินชื่อก็ต้องร้องอ๋อออ กันซะทุกราย จึงอยากให้มาลองสัมผัส ที่ได้แน่คือความรู้ใหม่ เว็บไซต์ใหม่ ประสบการณ์ใหม่ มิตรภาพใหม่ ความผูกพันใหม่ สังคมคอนเนคชั่นใหม่ อะไรก็ว่ากันไป ก็มาลองค้นมาลองหากันเอาเองนะ เพราะสิ่งที่ได้มามันมากกว่าที่เขียนเอาไว้เยอะ