ประสบการณ์ฝึกงาน

ยะหยา ธิรดา ชนาวิโชติ

"สวัสดีค่ะทุกคน เรา ธิรดา ชนาวิโชติ หรือ ยะหยาเองนะคะ อยู่ชั้นปีหนึ่งและศึกษาที่ Maryland Institute College of Art หรือ MICA ที่อเมริกาค่ะ เราคิดว่าเราอาจจะเป็นเด็กนอกคนแรกที่มาทำงานที่ Mountain Studio ด้วยซ้ำ"

สวัสดีค่ะทุกคน เรา ธิรดา ชนาวิโชติ หรือ ยะหยาเองนะคะ อยู่ชั้นปีหนึ่งและศึกษาที่ Maryland Institute College of Art หรือ MICA ที่อเมริกาค่ะ เราคิดว่าเราอาจจะเป็นเด็กนอกคนแรกที่มาทำงานที่ Mountain Studio ด้วยซ้ำ

เอาล่ะ วันนี้เราจะมาเล่าประสบการณ์ฝึกงานที่ Mountain Studio ให้ฟัง เริ่มตั้งแต่วันสมัครเลยแล้วกัน ตอนที่เราคิดที่จะฝึกงาน เพราะว่าทาง มหาวิทยาลัย ปิดเทอมประมาณ 3 เดือนจนบอกกับตัวเองคำว่า ’ไม่มีอะไรทำ’ จุดที่พีคจริงๆคือตอนที่เราคิดได้นี้คือช่วงเดือนเมษา ซึ่งมีเวลาเตรียมตัวน้อยมากๆ เลยรีบค้นหาที่ฝึกงานดู แล้วมาเจอที่ Mountain Studio เลยทำการยื่น Portfolio ไปดู จากนั้นระบบตอบอีเมลแบบอัตโนมัติจากบริษัทบอกว่า “ทางเราได้รับข้อมูลของน้องยะหยา แล้ว “หากเกิน 10 วันไม่มีการตอบรับถือว่าไม่ผ่านนะคะ” เราก็นั่งรอแล้วรอเล่าว่า เมื่อไหร่ทาง บริษัทจนเราเริ่มหมดหวังแล้วล่ะ แต่สุดท้ายทางบริษัทก็ตอบมา ซึ่งตอนนั้นเป็นเวลาเที่ยงคืนของอเมริกา ทำเอาเรานอนไม่หลับทั้งคืนเลย แบบดีใจจนนอนไม่หลับอ่ะ ฮาๆๆๆๆๆ ถ้าทุกคนอยากรู้ว่าปี 1 ที่มหาลัยหยาเรียนอะไร เอาเป็นว่า หยายังไม่เข้าไปถึงแก่นแท้ของ Graphic Design เลย คือปีแรกเขาให้ลองทุกอย่างไม่ว่าจะทำ ประติมากรรม ถ่ายรูป บลาๆ อีกเยอะเลย ฉะนั้นหยายังใหม่มากกับ Graphic Design ที่ตัดสินใจมาฝึกงานด้วย เพราะก็อยากรู้ว่าวิธีการทำงานเป็นยังไงด้วยแหละ

เอาล่ะ รู้สึกพล่ามเรื่องก่อนเข้าไปฝึกงานเยอะแล้ว มาฟังเรื่องตอนที่หยาอยู่ที่ Mountain กันดีกว่า

เริ่มต้นด้วยวันแรกเลยแล้วกัน ด้วยสภาพเป็นคนชอบไปก่อนเวลาประมาณ 15 นาที จึงไปถึงหน้า Mountain ตั้งแต่ 08.45 น. ตอนแรกก็มายืนรอที่หน้าบ้านเพื่อรอเขาเรียกเข้าไป ในขณะที่ยืนรอ ก็มีผู้ใหญ่คนนึงเดินมาแล้วเข้าไป Mountain แต่หยาก็ไม่ได้ทักหรือสวัสดีอะไร เพราะคิดว่าเป็นพนักงาน ก็เลยยืนรอต่อไป ทว่าหยาก็เจอพวกพี่ๆที่มาฝึกงานวันเดียวซึ่งก็คือพี่เอ็มแล้วก็พี่เบ๊นซ์ เดี๋ยวค่อยเล่าถึงวีรกรรมของพวกพี่เขาทีหลังแล้วกันนะ จากนั้นประมาณ 9.15 น. มีผู้หญิงตัวเล็กๆที่นั่งหลังวินมาจอดที่หน้าสตูดิโอ พอลงจากวินเท่าไหร่แหละก็วิ่งเข้าไปบ้าน แต่เธอก็กลับมาแงมประตูแล้วกวักมือเรียกให้เข้าไป จากนั้นเราก็เข้าไปนั่งตรงโต๊ะที่มีเก้าอี้ว่างแล้วเจอกับผู้ใหญ่คนเดิมนั่งอยู่ตรงโต๊ะที่มี IMac วางอยู่ พอเขาบอกว่าเป็นเจ้าของ Mountain studio ทำไงล่ะ หน้าสั่นเลยสิคะทุกคน เพราะยังไม่ได้สวัสดีเขาเลย รู้สึกอับอายขายขี้หน้าประชาชีมากๆตอนนั้น แต่ตลอดช่วงสองเดือนที่มาฝึกที่ Mountain หยาได้อะไรกลับไปที่เมกาเยอะเลยแหละ ตั้งแต่ มิตรภาพ สกิลการเปิดขวด สกิลการทำเหล้าปั่น เฮ้ยเริ่มนอกเรื่องแล้ว ส่วนใหญ่ก็ สกิลใน Photoshop กับ Illustratorแหละ และที่สำคัญที่สุดความเป็นครอบครัวของ Mountain Studio ในระยะเวลาสองเดือนทำให้หยารู้สึกว่า มันผ่านไปเร็วมากๆ หลังจากที่มาอยู่กับ Mountain คราวนี้ หยาจะวีรกรรมอันทรงเกียรติของแต่ละคนดีกว่า อาจจะยาวหน่อยนะพอดีคนเยอะมาก

พี่ต๊ะ เป็นคนแรกที่หยาเจอตั้งแต่วันแรกที่หยาเข้างานแล้วลืมสวัสดี พี่ดูเป็นคนที่ดูดุๆ แต่ก็แฝงความตลกในคำพูดในบางครั้ง ยิ่งตอนตะโกนไล่แมวนี่ทำหยาใจหายใจคว่ำกันไปข้างนึงเลย ชอบที่สุดคือตอนที่พี่เขาเล่าประสบการ์ณที่เขาผ่านมา เหมือนคำสอนของพี่ช่วยให้หยาฉุดคิดแล้วเอาไปปรับใช้กับตัวเองให้ดีขึ้น

พี่อร กว่าหยาจะได้เจอพี่อรก็ประมาณ 1 อาทิตย์หลังหยาไปเริ่มฝึกงานไปแล้วเพราะว่ามีน้องฌาดาที่ต้องดูแลที่บ้าน พี่อรเป็นคนใจดีมากๆและเก่งมากด้วย เพราะเรื่องซื้อของทำอาหารเป็นเรื่องที่ยากมากสำหรับหยา ถ้าไม่ได้พี่อรหยาคงกะปริมาณซื้อของไม่เป็น นอกจากนี้ยังเรื่องทำอาหาร นอกจากพี่อรเป็นคนหาสูตรอาหารเก่งแล้ว ยังทำอาหารอร่อยด้วย ฉะนั้นหยาต้องชื่อฉายาพี่อรว่า แม่ครัวแห่งเมาเทนเรสเตอรองส์นะคะ

พี่มัท เป็นพี่คนที่กวักมือเรียกหยาให้เข้าไปใน สตูดิโอคนแรก พี่มัทตัวเล็กมากจนคิดว่าเป็นรุ่นน้องหยาด้วยซ้ำ พี่มัทเป็นคนน่ารัก พี่มีความกะตือรือร้นที่จะเรียนรู้สิ่งใหม่ๆตลอดเวลารวมถึงทำอาหารได้รสชาติใกล้เคียวพี่อรเลย แต่ที่หยาชอบสุดคือน้ำจิ้มรสแซ่บที่พี่มัททำที่สุดแล้ว

พี่จี้ หยาอาจจะได้เจอพี่จี้น้อยหน่อยเพราะพี่จบฝึกเร็วกว่าคนอื่น พี่จี้เป็นคนน่ารัก อัทธยาศัยดี ชอบสอนคำภาษาใต้ให้หยาด้วย อย่างเช่น เนื่อยข้าว แปลว่า หิวข้าว ฮาๆ พี่จี้ก็เป็นอีกคนนึงที่ช่วยหยาในช่วงเข้ามาฝึกงานใหม่ๆในเรื่องหยาไม่รู้ ต้องขอขอบคุณพี่จี้ที่คอยแนะนำหยานะ

พี่เอ็ม เป็นพี่ที่เข้ามาฝึกงานวันเดียวกันกับหยา เป็นพี่คนเดียวที่ฝึกเป็น Developer ของ Mountain Studio พี่เป็นคนที่เข้าได้กับทุกคนตั้งแต่วันแรก พี่เอ็มเป็นคนเล่นกีต้าร์ที่เก่งมากแบบเพลงไหนมาแกะคอร์ดได้หมดเลย

พี่เบ๊นซ์ มาวันแรกพี่เขาเงียบมาก ด้วยความที่กลัวจะพูดภาษากลางไม่เป็น เพราะพี่เขามาจากบึงกาฬพร้อมกับพี่เอ็ม แต่พอนานวันเข้าพูดเก่งกว่าคนอื่นอีก โดยเฉพาะตอนปล่อยมุกแป๊กที นี่กริบทั่วสตูเลยจร้า ฮาๆแต่พี่เบ๊นซ์ที่เก่งมากๆในด้านกราฟฟิค คือพี่เขาไม่ได้เรียนสายตรงมาแต่งานนี่เหมือนเรียนกราฟฟิคมาเลย ยังไงก็กัมบะเตเนะ(สู้ต่อไป)นะคะ

พี่นุ๊ก พี่คนโตที่สุดแห่งรุ่น MTV#902 ที่มีความสามารถตั้งแต่กราฟฟิค ถ่ายรูป ยันทำอาหารเลย ด้วยความที่หยาได้ทำงานกลุ่มเดียวกับพี่ทำให้หยาเห็นว่าพี่เป็นคนที่มีความคิดที่เป็นระเบียบแบบแผนมากซึ่งทำให้ง่ายต่อการทำงานจริงๆ หยาได้เรียนรู้อะไรเยอะมากเลยจากพี่ทั้ง Skill จนถึง วิธีการวางแผน ต้องขอบคุณพี่มากจริงๆนะ

พี่เฟม ที่ไม่ร เรือ พี่เป็นคนที่หยาสนิทที่สุดแล้วล่ะในรุ่นนี้ เพราะหยาต้องไปซื้อของกับพี่เป็นประจำ อีกคนนึงตอนแรกคิดว่าพี่จะเป็นคนเงียบๆนะ แต่เอาจริงโครตคุยเก่งเลย เวลาหยามีปัญหาอะไรกับการใช้ Macbook พี่ก็ช่วยตลอดรวมไปถึงปัญหา perspective ด้วย เห็นพี่บอกว่ายังไม่เจอตัวเอง ยังไงก็ขอให้ค้นพบว่าพี่อยากทำอะไรจริงๆ เร็วๆนะ

พี่ท๊อป เป็นคนที่กินเหล้าเก่งมากในรุ่นเรา จนหยายังอึ้งเลย แต่จริงๆ พี่เป็นคนที่เก่งมากเลยแบบเรียนสายกราฟฟิคแต่มีความรู้ในการทำ Development website ได้ดีเลยที่เดียว

พี่ฟ้า, พี่บูม, พี่ทราย สามสาวพาวเวอร์พัฟเกิร์ล Mark 1ที่มาจากอุบลราชธานี พวกพี่เป็นคนที่คุยด้วยง่ายมากๆ แล้วคาแรคเตอร์ก็แตกต่างกันชัดเจน พี่ฟ้าเป็นคนทำอาหารอร่อยมากๆอีกคนนึง พี่บูมเป็นคนที่ถ่ายรูปขึ้นกล้องมากๆ ส่วนพี่ทรายสาวห้าวหนึ่งเดียวที่ถูกจิ้นกับพี่ท๊อป ฮาๆ

พี่เฟิร์น พี่เป็นคนตัวเล็กมากๆ แล้วก็เป็นคนที่กินคลีนที่สุดในสตูด้วย ยังไงก็ขอบคุณที่ช่วยให้หยากินตามโภชนาการนะคะ ฮาๆ

พี่ส้มโอ ที่เปรี้ยวสมชื่อ พี่แบบเป็นคนที่ดูแมนมากๆในสายตาหยา พี่ส้มโอเป็นคนที่ขยันมากๆอีกคนนึงเพราะพอพี่ต๊ะให้งานอะไรไป พี่เขาก็จะทำทันทีเลย ถ้าอยู่นานกว่านี้หยาคงอยากสนิทกับพี่มากกว่านี้นะ

พี่มิ้นท์ พี่เป็นคนที่อัธยาศัยดีมาก แล้วชอบแกล้งหยาแบบสุดๆ แต่หยาให้อภัยเพราะค่าแท็กซี่นี่แหละ พี่มิ้นต์ดูเป็นคนที่บอกพยายามลดน้ำหนักแต่ก็ยังกินเหมือนเดิม หยาไม่ได้เผาพี่นะ คริคริ พี่เป็นอีกคนที่ขยันมากๆเหมือนกัน เหมือนพี่ส้มโอเลยแหละ

พี่เมย์ พี่เป็นอีกคนที่ตัวเล็กมากๆแบบหยากอดได้ประมาณสองรอบวงแขน พี่เป็นคนที่พูดน้อยๆ แต่ฝีไม้ลายมือในการหั่นผักของพี่นี่ชั่งประณีตมากๆเลย จนหยายังตะลึง ถ้าหยาได้อยู่กับพี่นานกว่านี้จะขอวิชานี้กลับไปด้วยแล้ว

ตอนนี้หยาก็เล่าวีรกรรมของแต่ละคนหมดแล้ว รู้สึกใจหายนะที่จะต้องออกไปจาก Mountain Studio คือแบบเหมือนหยาต้องกลับไปเผชิญโลกด้วยตัวคนเดียวอีกครั้งเลย ยังไงก็ต้องขอขอบคุณ Mountain Studio ที่ให้หยาได้รับประสบการ์ณที่ดีมากๆนะคะ

ธิรดา ชนาวิโชติ
สาขา Graphic Design
Maryland Institute College of Art (MICA)