เสิร์ชหามาหลายบริษัท ผิดหวังมาแล้วครั้งนึง คิดว่าคงไม่มีใครเอาเราแล้ว ผลงานก็ไม่ค่อยมี เพื่อนๆที่ยื่นพอร์ทคนอื่นก็เริ่มมีที่ฝึกงานกันแล้ว ความกดดันเริ่มเข้ามา เลื่อนๆคอมไปเจอเพจ Mountain studio และนั่นเองคือจุดเริ่มต้น 🙂 ส่องเพจอยู่สักพัก จนเจอข้อความรับสมัครนักศึกษาฝึกงาน ดีใจมาก และที่รู้สึกตื่นเต้นกว่านั้นคือไปอ่านเจอกฎของที่ทำงานที่นี่ สิ่งที่ทำให้รู้สึกว่า โอ้โหนี่แหละคือที่ของเรา คือ การมาทำงานห้ามมาก่อนเก้าโมงและหลังเก้าโมงสิบห้า (ในใจคิด นี่กวนตีนกุหรืออะไร55)
วันแรกที่เข้ามา รู้สึกกดดันมาก (ประโยครีวิวฝึกงานสุดคลาสสิค) ด้วยความที่มีสกิลติดตัวที่น้อยและยังไม่เข้าที่เข้าทางกับสายออกแบบกราฟิกเท่าไร พอได้ทำงานจริงแล้วพบว่า จากงานในมหาวิทยาลัยที่ให้เวลาทำเป็นอาทิตย์ ต้องทำให้เสร็จภายใน 1 วัน
วันแรกของการสหกิจที่เมาเทน มาถึงหน้าบริษัท อ้าว! ทำไมประตูปิดว่ะ เราก็มากับเพื่อนอีกสองคน ก็เลยนั่งรอโต๊ะหินอ่อนหน้าบ้านข้างๆบริษัท สักพัก มีผู้ชายเดินมา เราก็คิดคงเป็นเด็กฝึกงานแหละ เขาก็เดินไปเปิดประตูบ้าน แล้วก็มีเด็กฝึกงานคนอื่นๆค่อยๆนั่งวินและเดินมากัน เราก็ยังนั่ง งง แบบนิ่งๆต่อไป สักพัก มีผู้ชายอ้วนๆขับรถมอเตอร์ไซค์ออกจากบ้านไป แล้วกลับเข้ามาพร้อมถุงเซเว่น (แอบมองๆ ฮ่า)
Mountain Studio รู้จักที่นี่จากเว็บเด็กฝึกงานเพราะเริ่มหาที่ฝึกงานตั้งแต่ปี3 เทอม 1 พอลองอ่านรีวิว อ่านรายละเอียดฝึกงานจากหน้าเว็บแล้วชอบที่นี่มาก อยากมาฝึกที่นี่ เพราะดูอบอุ่น เขียนข้อจำกัดของการมาฝึกงานตรงๆดี ไม่ใช้คำสวยหรูมาก55555 หลังจากนั้นก็ส่งportfolioมา แต่พี่ต๊ะก็ไม่ตอบรับหนู หนูเข้ามาเช็คเมล์ตั้งหลายรอบ ก็แอบนอยส์เบาๆ
เวลา 2เดือนที่ mountain มันเหมือนเป็นแค่ความฝัน หลับตาตื่นมาอีกที ก็อยู่บนรถไฟแล้ว คงไม่มีคำพูดซึ้งให้อะไรมากมาย มีแต่คำสั้นๆ (คิดถึงนะครับทุกคน)
วันแรกที่จะมาดูแค่แผนที่ไม่ได้มีความเตรียมตัวอะไรมาเลย เดินทางครั้งแรกก็หลง กว่าจะหาบริษัทเจอ แล้วก็เจอนางฟ้ามาโปรด
สตูดิโอออกแบบขนาดกระทัดรัด ที่ทำให้ผมรู้สึกเหมือนมีบ้านที่พิเศษเพิ่มมาอีกหลัง ได้พบกับสิ่งที่เรียกว่า "เพื่อน" ที่ต่างคนต่างมาจากแต่ละสถาบันและก็ได้มารู้จักกันและสนิทกัน ได้รู้จักกับคำว่า "พี่ " ที่มากกว่าคำว่าพี่ และทั้งสองอย่างนี้ก็ได้มากลายเป็นครอบครัวของผมแบบไม่ทันรู้ตัว
มันจะมีจุดหนึ่งที่คิดว่าตัวเองยังเด็กอยู่เลยนะ แต่ไม่ใช่ว่ะ ความจริงไม่เป็นแบบนั้นเพราะก่อนจบปีสี่เราต้องหาที่ฝึกงานแทบเป็นแทบตาย เดินสายขายพอร์ต ประดิษฐ์คำพูดเตรียมสัมภาษณ์ แม่งโคตรยากเพราะพูดไม่เก่งเลย ตอนที่เพื่อนในภาคยื่นเรื่องทำจดหมายฝึกงานไปเกือบสิบคนแล้ว ใจนี่แกว่ง ยังไม่ได้ ชีวิตไม่คูลเลยตอนนั้น ..แต่ผ่านมาละ 🙂
“พี่ ผมไม่รู้เป็นไรว่ะ ความรู้สึกแบบ ผมต้องได้มาฝึกงานที่นี่แน่ๆ ใจมันบอกอย่างนั้น ผมว่ามันถูกกำหนดไว้แล้ว” : คำพูดที่ได้บอกกล่าวกับรุ่นพี่ในสาขาคนหนึ่งที่มาฝึกงานที่เมาท์เทน